You are not logged in. (Login)

วิธีการเรียนผ่านระบบเครือข่าย

หลายๆคนสงสัยว่าการเรียนทางไกลผ่านสื่ออิเลคทรอนิคส์ (e-learning) แตกต่างจากการเรียนในห้องเรียนมากไหม อย่างไร ?    ยังคงมีอาจารย์ผู้สอน มีเพื่อนร่วมชั้น มีการพูดคุย ทำกิจกรรมร่วมกันระหว่างผู้เรียน ถามตอบปัญหากับผู้สอนหรือไม่ มีการบ้านต้องส่ง มีการสอบหรือเปล่า ?

การเรียนทางไกลผ่านสื่ออิเลคทรอนิคส์ ยังคงมีองค์ประกอบเหมือนการเรียนในชั้นเรียน เช่น อาจารย์ เพื่อนร่วมชั้น และการทำกิจกรรมการเรียน การบ้าน รวมทั้งการสอบเพื่อประเมินความรู้ เพียงแต่ว่ารูปแบบ และวิธีการเปลี่ยนไป กล่าวคือ ผู้เรียนและผู้สอนไม่ต้องเดินทางมาอยู่ ณ สถานที่เดียวกัน ในเวลาที่เดียวกัน โดยผู้เรียนสามารถจัดเวลาในการเรียนตามเวลาที่สะดวก และเรียนในสถานที่ที่สะดวก ไม่ว่าจะเป็นที่พัก หรือเวลาว่างในที่ทำงาน โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นสื่อกลางในการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน ด้วยหลักการที่ยืดหยุ่นในเรื่องเวลา และสถานที่ เป็นข้อดีที่จะให้โอกาสผู้เรียนที่มีข้อจำกัดต่างๆ สามารถเข้าเรียนได้ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นความรับผิดชอบของผู้เรียนที่จะต้องมีวินัยในการเรียน ติดตามการเรียน การส่งงานตามกำหนด (เนื่องจากอาจารย์จะไม่สามารถติดตามได้ใกล้ชิดเหมือนในการเรียนการสอนในห้อง เรียนปกติ)

ผู้เรียนยังคงต้องมีทักษะในการเรียนที่สำคัญ ได้แก่ ทักษะการวางแผนและควบคุมเวลาในการทำกิจกรรมการเรียน การจัดระบบ ทักษะในการสื่อสาร ทักษะในการทำงานกลุ่มย่อย ทักษะในการค้นคว้าข้อมูล ทักษะในการคิดไตร่ตรอง คิดวิเคราะห์ โดยจะต้องเพิ่มเติมทักษะในการใช้คอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ทักษะในการพิมพ์ดีดภาษาไทย-อังกฤษ และทักษะการสื่อสารโดยใช้ข้อความแทนวาจา (ในสภาพแวดล้อมผู้เรียนต่อเชื่อมระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่มีความเร็วสูง อาจจะสามารถสื่อสารด้วยวาจาร่วมด้วย)

ทำอย่างไรจึงจะประสบความสำเร็จในการเรียนทางไกลผ่านสื่ออิเลคทรอนิคส์ (e-learning)

การเรียนให้ประสบความสำเร็จในการเรียนทางไกลผ่านสื่ออิเลคทรอนิคส์ ไม่ใช่เรื่องยากนัก หากมีการความเข้าใจ และเตรียมตัวพอควร ขอสรุปเป็นแนวทางการเรียนทางไกลผ่านสื่ออิเลคทรอนิคส์ที่ประสบความสำเร็จ ดังนี้

  • สร้างความเคยชินในการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ และระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ฝึกหัดการค้นข้อมูล ฝึกหัดการรับส่งจดหมายอิเลคทรอนิคส์ ฝึกหัดใช้เครื่องมือในการสื่อสาร และเครื่องมือในการเรียนของระบบจัดการเรียน จนมีความมั่นใจในการใช้งาน การทดลองและฝึกหัดควรทำในสถานที่ที่จะใช้เป็นสถานที่เรียน เช่นที่ทำงาน หรือที่บ้าน เนื่องจากบางครั้งระบบเครือข่ายของแต่ละสถานที่อาจจะมีการติดตั้งโปรแกรม ป้องกันบางอย่างที่ทำให้เกิดปัญหา อุปสรรคในการเข้าใช้บทเรียน
  • ทำความเข้าใจกับประมวลรายวิชา (Course Syllabus) เพื่อจะได้ทราบ การเตรียมตัวในการเรียน วิธีการเรียน กำหนดการส่งงานต่างๆ และวิธีการประเมินผลของรายวิชา ตรวจสอบวิธีการสื่อสารกับอาจารย์ และเพื่อนๆร่วมชั้นเรียน และวิธีการขอความช่วยเหลือหากมีปัญหา
  • วางแผนการเรียนของตนเอง เช่น จะใช้เวลาใดในแต่ละวันเพื่อเข้าสู่บทเรียน ใช้เวลาสัปดาห์ละกี่ชั่วโมงในการเรียน เผื่อเวลาให้มากกว่าเวลาที่ต้องใช้จริงตามที่กำหนดในประมวลรายวิชา ส่งงานหรือทำกิจกรรมที่กำหนดให้เสร็จก่อนเวลาเสมอ เนื่องจากอาจจะมีเหตุการณ์ไม่ได้คาดคิดเกิดขึ้นในวินาทีสุดท้าย เช่น ระบบเครือข่ายล้มเหลว เครื่องคอมพิวเตอร์เสียหาย ฯลฯ ซึางจะทำให้ส่งงานไม่ทัน
  • สร้างนิสัยที่ดีสำหรับการสื่อสารผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เช่น เปิดตู้ e-mail อย่างน้อยทุกวันๆละครั้ง เปิดอ่านข่าวประกาศของรายวิชาเป็นประจำ เปิด กระดานถามตอบเป็นประจำเพื่อติดตามประเด็นถามตอบ เป็นต้น
  • ทำความเข้าใจกับการสื่อสารด้วยตัวอักษร ขอให้เข้าใจว่าการสื่อ สารด้วยตัวอักษร จะไม่มีสีหน้า ท่าทางของผู้พูดมาช่วยในการตีความหมายข้อความ ดังนั้นผู้สื่อสารจำเป็นต้องใช้ข้อความที่ชัดเจน สื่อความหมายตรงประเด็น อาจจะใช้การยกตัวอย่างช่วยให้เกิดความเข้าใจที่เป็นรูปธรรม สำหรับผู้อ่านข้อความก็ควรจะอ่านอย่างตั้งใจ และพยายามทำความเข้าใจในแง่มุมของผู้สื่อสารเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ใกล้ เคียงความตั้งใจของผู้สื่อสาร
  • เข้าสังคมออนไลน์ โดยพยายามทำความรู้จัก คุ้นเคยกับเพื่อนร่วมชั้นเรียน และอาจารย์ โดยการสื่อสาร พูดคุย ทักทาย และเรียนรู้กันและกันจากประวัติ (Profile) ในการเรียนทางไกลผ่านอิเลคทรอนิคส์ เนื่องจากจะไม่ได้พบกันแบบเห็นหน้า ความรู้สึกคุ้นเคย สนิทสนมกันระหว่างผู้เรียนมักจะไม่ค่อยมี หากผู้เรียนไม่พยายามทำความรู้จักกันแล้ว เมื่อเรียนไปได้สักระยะแต่ละคนจะรู้สึกโดดเดี่ยว ขาดแรงจูงใจในการเข้าเว็บการเรียน อาจจะนำไปสู่การเลิกเรียนกลางครันได้
  • ขอความช่วยเหลือทางเทคนิคทันทีที่มีปัญหา อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไป หรือพยายามแก้ไขปัญหาด้วยตนเองเป็นเวลานาน ปัญหาทางด้านเทคนิดบางครั้งละเอียดอ่อน และต้องการผู้มีประสบการณ์ในการช่วยแก้ไข ขณะเดียวกันการพยายามเรียนรู้เพื่อใช้เครื่องมือทางเทคโนโลยีไปพร้อมกัน ก็จะเป็นประโยชน์ในอนาคต
  • ทำความเข้าใจตนเอง ข้อดี ข้อจำกัด ค้นหาแบบการเรียนของตนเอง (learning Style) ทำการจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมเพื่อให้สามารถเรียนได้ประสบความสำเร็จ เช่น ชอบเรียนด้วยการอ่าน หรือชอบเรียนด้วยการดูและฟังการบรรยาย หรือชอบเรียนด้วยการปฏิบัติกิจกรรม ก็ให้พยายามเลือกสื่อและวิธีการที่ใช้ในการเรียนให้เข้ากับแบบการเรียนของตน เอง หรือ จะเรียนเนื้อหาได้ดีในตอนกลางคืนที่ไม่มีผู้รบกวนก็จัดเวลาเรียนเป็นช่วง กลางคืน

 

[ กลับหน้าแรก ]